อดีตรัฐมนตรีญี่ปุ่นเสียชีวิตด้วยโควิด-19 รายแรกของสมาชิกสภา

สถานการณ์โควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ในญี่ปุ่นยังน่าเป็นห่วง

สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ทั่วโลกยังน่าเป็นห่วง ที่ไทยเองก็กำลังเผชิญกับการระบาดระลอกใหม่ที่ต้องนำเอามาตรการที่คุ้นเคยในช่วงต้นปีออกมาใช้ ทั้งการขอความร่วมมือใส่หน้ากากอนามัยก่อนเข้าห้างร้านต่าง ๆ การมีจุดบริการเจลแอลกอฮอล์ และการงดจัดงานที่รวมคนเยอะ ๆ เข้าด้วยกัน ไม่เพียงประเทศไทยเท่านั้นที่เผชิญกับสถานการณ์การระบาดระลอกใหม่ของโควิด-19 เพื่อนบ้านอย่างญี่ปุ่นก็ประสบปัญหาเดียวกัน และคาดว่าสายพันธุ์ที่กำลังระบาดเป็นโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ที่กลายพันธุ์มาแล้ว ทำให้แนวทางการรับมืออาจจะยุ่งยากขึ้น

ประเทศญี่ปุ่น
ประเทศญี่ปุ่นยามไร้คน

ไทม์ไลน์การเสียชีวิตของนายยูอิจิโร ฮาตะ อดีตรัฐมนตรีญี่ปุ่น

นายยูอิจิโร ฮาตะเป็นบุตรชายของอดีตนายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่นที่ชื่อว่า สุโตมุ ฮาตะ โดยนายยูอิจิโรเองก็เคยได้รับตำแหน่งสำคัญในสภาญี่ปุ่นอย่างรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม และปัจจุบันก็ยังเป็นเลขาธิการพรรค Constitutional Democratic Party of Japan-CDP หรือพรรคประชาธิปไตยรัฐธรรมนูญญี่ปุ่นด้วย

หากพูดถึงการติดเชื้อโควิด-19 ภายในสภาก็กล่าวได้จริง ๆ แล้ว ภายในสภามีผู้ป่วยติดโควิด-19 ทั้งหมด 3 คน แต่อาการดีขึ้นแล้ว มีเพียงนายยูอิจิโรที่อาการทรุดลงจนเสียชีวิตในที่สุด ถือเป็นสมาชิกสภาคนแรกที่เสียชีวิตเพราะโควิด-19

นายยูอิจิโรเริ่มมีอาการป่วยตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2563 แต่อาการไม่ร้ายแรง สามารถนอนพักผ่อนอยู่ที่บ้านได้ จนอาการทรุดลง คล้ายคนเป็นปอดบวมจนต้องนำส่งโรงพยาบาลในวันที่ 27 ธันวาคม 2563 แต่เสียชีวิตระหว่างทาง ญาติจึงได้ทำการชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตจนพบว่านายยูอิจิโรติดเชื้อไวรัสโควิด-19

สาเหตุการเสียชีวิตของนายยูอิจิโรมาจากการป่วยเป็นโควิด-19 ก็จริง แต่โรคประจำตัวของเขาคือโรคเบาหวานก็มีส่วนอย่างมากในการลดทอนประสิทธิภาพในการป้องกันตัวเองของภูมิคุ้มกันในร่างกาย และคาดว่าเป็นโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ที่ต้องเพิ่มการระวังมากยิ่งขึ้น ถือเป็นข่าวเศร้าและชวนช็อคในคราวเดียวกัน

การระบาดของโควิด-19 ในญี่ปุ่นและการรับมือ

ตอนนี้สถานการณ์การระบาดในญี่ปุ่นค่อนข้างน่าเป็นห่วง มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นหลักพันทุกวัน และมีผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ประมาณ 200,000 คน ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าเป็นห่วง รวมถึงมีจำนวนผู้เสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เช่นกัน

จากสถานการณ์การระบาดนี้ทำให้ญี่ปุ่นมีมาตรการปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศจนถึงปลายเดือนมกราคม 2564 และอาจจะปิดประเทศต่อหากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น ขณะที่การท่องเที่ยวในประเทศก็มีการชะลอโครงการที่สนับสนุนการออกมาเที่ยวของคนญี่ปุ่นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เรียกได้ว่าตอนนี้กลับไปสู่การกักตัวกลาย ๆ แต่เมื่อให้การจัดการเป็นไปอย่างมีระบบและระเบียบก็จำเป็นต้องทำและป้องกันไปก่อน

เปิดข่าวมาด้วยข่าวเศร้าที่ชี้ให้เห็นว่าโควิด-19 ก็น่ากลัวไม่น้อนถ้าไม่ป้องกันตั้งแต่เนิ่น ๆ ช่วงนี้ก็อยากให้ทุกคนสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกไปข้างนอก ล้างมือบ่อย ๆ พกเจลแอกอฮล์ติดตัว และสำรวจอาการพร้อมติดตามข่าวสารอยู่เสมอ

ที่มา ข่าวไทยรัฐและ Business Today

About the author

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *